ไขมัน ดาบสองคม เลือกให้ถูก กินให้พอดี จะได้ไม่มีโรค

ไขมัน คือหนึ่งในอาหารหลักห้าหมู่ที่มีความจำาเป็นต่อร่างกาย เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานมากที่สุดเมื่อเทียบกับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต คือ 1 กรัม ให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรี่ นอกจากนี้ไขมันยังเป็นองค์ประกอบสำาคัญของผนังเซลล์ และช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี เค ที่ละลายในไขมันอีกด้วย…แต่ในขณะเดียวกัน “ไขมัน” ยังอาจก่อให้เกิดโทษกับร่างกายได้ หากเลือกชนิดของไขมันไม่ถูกต้องและรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น จึงแบ่งคนที่มีไขมันผิดปกติเป็น 3 กลุ่ม

healthchannel-3

1. คนที่ใช้ชีวิตการกินอยู่เหมือนฝรั่ง

คือแทนที่จะกินข้าวตอนเช้า กลับไปกินเนื้อ นม ไข่ ขนมปัง เนย แฮม เบคอน เหล่านี้เป็นต้น กลุ่มนี้จะมีคอเลสเตอรอลและไขมันตัวไม่ดี (LDL) สูง แต่ในขณะเดียวกันคนกลุ่มนี้มีการออกกำลังกายจึงไม่อ้วนลงพุง เพราะฉะนั้นไตรกลีเซอร์ไรด์และไขมันตัวดี (HDL) อาจจะปกติ ดังนั้นคนไข้กลุ่มนี้ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่มี คอเลสเตอรอลสูง อย่างไข่แดงหรือหอยนางรมเป็นอาหารที่ควรจะหลีกเลี่ยง นอกจากสัตว์แล้วผลิตภัณฑ์จากพืชบางอย่างก็ทำให้คอเลสเตอรอล และ LDL สูง ในขณะเดียวกันก็ทำให้ HDL ต่ำลงด้วย ก็คือ เนยเทียม มาการีน เนยขาว ซึ่งอยู่ในอาหารจำพวกเบเกอรี่ทั้งหลาย ส่วนกะทิ น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว ก็ควรงดเพราะเป็นไขมันชนิดอิ่มตัวทานเข้าไปจะเพิ่มคอเลสเตอรอล แต่ไม่ลด HDL ดังนั้นถ้าให้เลือกระหว่างกะทิ กับเฟรนช์ฟราย ก็กินกะทิน่าจะดีกว่า

2.คนที่ใช้ชีวิตกินอยู่แบบคนเอเชีย

คือทานข้าวทานแป้งเยอะ ไม่ทานพวกของมันๆ เนื้อนมไข่ มากนัก คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่คอเลสเตอรอลรวมไม่ค่อยสูง แต่ไตรกลีเซอไรด์จะสูง เนื่องจากว่าข้าว แป้ง น้ำตาล แอลกอฮอล์จะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ เมื่อไตรกลีเซอไรด์สูง HDL ก็จะต่ำ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีกลุ่มอาการที่เรียกว่า เมตาบอลิก หรือเข้าใจง่ายๆ ว่า กลุ่มอาการ “อ้วนพลีมีพุง” ดังนั้นคนไข้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ต้องลดน้ำหนัก ลดพุง โดยออกกำลังกายจะช่วยทำให้น้ำหนักลดลง รอบเอวลดลง ไตรกลีเซอไรด์ก็จะลดลงได้ ค่า HDL ก็จะเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนั้นยังช่วยลดความดันและลดน้ำตาลในเลือดลงได้ด้วย ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ข้าว แป้ง น้ำตาล ผลไม้ และแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ขณะเดียวกันก็ไม่ควรทานอาหารที่มันเกินไปด้วย

3.คนที่ใช้ชีวิตแบบข้อ 1 + ข้อ 2
คือกินเนื้อนมไข่แบบฝรั่งด้วย และยังกินข้าวแป้งเยอะด้วย และอ้วนลงพุงด้วย อีกทั้งขาดการออกกำลังกาย กลุ่มนี้จะมีทั้งคอเลสเตอรอล, LDL และไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ขณะเดียวกันก็มี HDL ต่ำ กลุ่มนี้จะต้องทำทั้ง 2 อย่าง คือหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกเนื้อนมไข่ ข้าวแป้ง น้ำตาล และแอลกอฮอล์ด้วย รวมถึงต้องมีการออกกำลังกายร่วมด้วย

จริงๆ แล้วไขมันไม่ได้มีแค่โทษเท่านั้น เพราะไขมันเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญกับร่างกาย ทั้งยังมีกรดไขมันที่มีความจำเป็นกับร่างกาย ช่วยในการละลายวิตามินที่ละลายในไขมัน การบริโภคไขมันที่พอควรไม่ได้มีปัญหา แต่ต้องระวังอย่ามากจนเกินไป โดยการหลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารผัดที่มีน้ำมันมากๆ ขณะเดียวกันถ้ามีความสุขกับการกินและชอบกินอาหารที่มีไขมันค่อนข้างสูง ก็ออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อทำให้เกิดความสมดุลของพลังงาน ปัญหาทางสุขภาพก็จะน้อยลง


สาธารณสุขเตือน! ใช้มือปั้นข้าวเหนียว เสี่ยงรับเชื้อท้องร่วง

YanroZr4

นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากรายงานพื้นที่ประสบภัยแล้งใน 12 จังหวัด 46 อำเภอ 1,893 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคเหนือและอีสานนั้น ค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยในแง่สุขภาพหน้าแล้งมักพบโรคอุจจาระร่วงได้บ่อย สาเหตุเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้ออี.โคไล (E.Coli) ทำให้มีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ ซึ่งแต่ละปีมีผู้ป่วยประมาณ 1 ล้านคน และปัจจุบันมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม รายงานจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-23 ก.พ.2559 พบผู้ป่วยอุจจาระร่วง 153,098 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยภาคเหนือป่วยมากสุดอัตรา326 ต่อแสนประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 259 ต่อแสนประชากร ภาคใต้และภาคกลางภาคละ 183 ต่อแสนประชากร

“เชื้ออี.โคไล เป็นเชื้แบคทีเรียในปัสสาวะการใช้ห้องน้ำ ห้องส้วมจึงมีโอกาสได้รับเชื้อมากที่สุด ดังนั้นหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง แม้ในช่วงนี้บางพื้นที่จะประสบภัยแล้ง มีข้อจำกัดน้ำใช้ก็ตาม เพราะใช้น้ำไม่มาก แต่ถ้ามีอุจจาระติดมือมา จะมีเชื้อโรคติดมาด้วย จากข้อมูลทางวิชาการ พบว่าในอุจจาระ 1 กรัม จะมีเชื้อแบคทีเรีย 1 ล้านตัว และมีเชื้อไวรัสมากถึง 10 ล้านตัว” นพ.บุญเรือง กล่าว

อีกทั้งผู้ที่รับประทานข้าวเหนียวซึ่งมักจะใช้มือหยิบหรือจกข้าว ปั้นเป็นก้อน เพื่อจิ้มกับกับข้าว มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อโรคที่ติดมากับมือจึงขอให้ระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ ดูแลความสะอาดเล็บมือและตัดให้สั้น ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร การล้างมือฟอกสบู่ 15 วินาที จะขจัดเชื้อโรคออกไปได้ร้อยละ 90 แต่ถ้าป่วย จะเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 452 บาท เบื้องต้น สบส.ได้ให้อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) ให้ความรู้ประชาชนเรื่องโรคอุจจาระร่วงถี่ขึ้นด้วย