พร้อมเปิด! เส้นทางเดินเรือเฟอร์รี่ “พัทยา-หัวหิน” 1 ม.ค. 60 นี้

ถือเป็นของขวัญอีกหนึ่งชิ้นสำหรับคนไทย หลังจากที่เรามีรถไฟตู้นอนใหม่เอี่ยม ต้นปี 2560 นี้ กรมเจ้าท่า จะเปิดเส้นทางเดินเรือเฟอร์รี่ เส้นทางแรก “พัทยา-หัวหิน” โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง ไปเที่ยวได้สะดวกมากยิ่งขึ้น คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักท่องเที่ยว พร้อมกันรึยัง!

coverferry

โครงการเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย เชื่อมระหว่าง “พัทยา-หัวหิน-บางปู” หรือ โครงการ East-West Ferry นี้เริ่มกลับมาเริ่มทำใหม่อีกครั้งในปี 2555 หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเปิดให้บริการแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งทางรัฐบาล คสช. ก็นำข้อมูลการเดินเรือมาศึกษาและพัฒนาต่อ โดยเน้นศึกษาในด้าน ความต้องการใช้บริการผู้โดยสาร, ความต้องการการขนส่ง อีกทั้งศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ตามแผนที่วางไว้สำหรับโครงการนี้ คือ จะเริ่มให้บริการเส้นทางแรกในเดือนมกราคม 2560 ซึ่งเส้นทางแรกคือ “พัทยา-หัวหิน” ระยะทาง 113 กม. ประมาณเวลาที่ใช้ในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งสะดวกและช่วยลดเวลากว่าเดินทางด้วยรถยนต์

มี บริษัท รอยัล พาสเสนเจอร์ ไลเนอร์ จำกัด ได้รับใบอนุญาตเรือกลเดินประจำทางฯ ใช้เรือ Catamaran Ferry สำหรับบรรทุกผู้โดยสาร ให้บริการ 2 เที่ยว/วัน อีกทั้งในอนาคตมีแผนจะเพิ่มจำนวนเรือให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับผู้โดยสารจำนวนมากขึ้น

ตอนนี้ทางกรมเจ้าท่า (จท.) กำลังเร่งตรวจสอบเอกสาร, ตรวจเรือ, หนังสือแสดงสิทธิ์การใช้ท่าเรือ, ปรับปรุงท่าเรือ พร้อมหนังสือยืนยันความปลอดภัยของท่าเรือต้นทาง-ปลายทาง และตรวจความปลอดภัยในการเดินเรือของผู้โดยสาร คาดว่าจะสรุปได้ในเดือนธันวาคม 2559 นี้ และภายในปี 2561-2562 ก็วางแผนขยายเส้นทางเป็น บางปู-หัวหิน-ปราณบุรี และบางปู-พัทยา ต่อไป

เวลาในการเดินทางโดยเรือเฟอร์รี้ไปยังที่ต่างๆ

  • พัทยา – หัวหิน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
  • บางปู – หัวหิน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโม
  • พัทยา – บางปู ใช้เวลาประมาณ 50 นาที

ขอบคุณรูปภาพ หัวหินทาวน์


Samsung ประสบความสำเร็จในการทดสอบ 5G ร่วมกับ CMRI

Samsung ได้ประสบความสำเร็จในการทดสอบ 5G รุ่นต้นแบบ ซึ่งเป็นการร่วมงานกับ China Mobile Research Institute (CMRI) มาตั้งแต่ที่ Samsung ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ China Mobile 5G Innovation Center เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 ที่ผ่านมา

5g-network-2

เทคโนโลยีสำคัญที่ Samsung ได้นำเสนอภายในการทดสอบ 5G รุ่นต้นแบบ มีด้วยกัน 2 ตัวคือ

  • Spatial Modulation จะช่วยเพิ่มเรทของการส่งข้อมูลโดยไม่ต้องปรับเพิ่มแบนด์วิดท์ (Bandwidth)
  • FBMC (Filter Bank Multicarrier) เป็นวิธีใหม่ที่สามารถนำสัญญาณจากช่องสัญญาณหนึ่ง ไปใช้กับช่องสัญญาณอื่นที่มีคลื่นความถี่เดียวกันได้

โดยเทคโนโลยีทั้ง 2 ตัวนี้ ได้เคยถูกนำมาทดสอบและทำงานได้ดีกับคลื่นความถึ่ 3.5 GHz (ใกล้เคียงกับ LTE ในปัจจุบัน) แต่เมื่อนำมาใช้กับคลื่นความถี่สูง เครือข่ายจะยังไม่สามารถครอบคลุมการทำงานได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นมันจึงเหมาะกับการใช้งานเฉพาะในเขตเมืองหรือชุมชนแออัดที่โทรศัพท์จำนวนมากถูกใช้งานอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ก็อาจทำให้ คลื่นความถี่สูง กลายเป็นข้อเสียหลักของเทคโนโลยี 5G เนื่องจากไม่สามารถใช้งานในพื้นที่แถบชนบทหรือพื้นที่อันห่างไกลได้

Samsung ได้อธิบายว่า วัตถุประสงค์หลักของการทดสอบนี้คือการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาสูงสุดของคลื่นความถี่สูง หรือที่เรียกว่า Millimeter Wave Frequencies (ความถี่คลื่นมิลลิเมตร) ในการใช้งานด้านการติดต่อสื่อสารผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ (โทรศัพท์มือถือ) ซึ่งคลื่นเหล่านี้จะมีความถี่อยู่ที่ 30 GHz ถึง 300 GHz

Dai Jun Zhang รองประธานและหัวหน้าของ Samsung R&D Institute China ได้กล่าวว่า ทาง Samsung จะยังคงพัฒนาเทคโนโลยี 5G ร่วมกับ CMRI ต่อไป

ที่มา phonearena.com


กำหนดการ นมัสการรอยพระบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี 2560

อีกไม่นานเราก็จะนับถอยหลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2560 ซึ่งคนไทยอย่างเราๆ ก็จะต้องเดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเสริมสิริมงคล แสวงบุญ หรือขอพรกัน และหนึ่งสถานที่ที่หลายคนต้องไปกันเป็นประจำทุกปี นั่นก็คือ “ประเพณีนมัสการรอยพระบาทพลวง” เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ถึงแม้จะเดินทางลำบาก หรือแออัดกับผู้คนนับร้อยนับพันที่แห่ไปสักการะ แต่ก็ไม่มีใครท้อถอย!

resize_1436516511-1

การนมัสการรอยพระบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี 2560 ได้เผยกำหนดการ วันที่จะเปิดให้ประชาชนขึ้นนมัสการแล้ว คือตั้งแต่วันที่ วันที่ 28 มกราคม – 28 มีนาคม 2560 เริ่มบวงสรวงเปิดงาน วันที่ 26 มกราคม 2560 และ บวงสรวงปิดงาน วันที่ 28 มีนาคม 2560 *กำหนดการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบก่อนเดินทาง*

ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี 22210

ติดต่อสอบถาม : 083-782-1688 (09.00-17.00)

Facebook : เขาพระบาทพลวง จันทบุรี


คสช.ไอเดียกระฉูด! ‘นักเรียนตีกัน’ จับขึ้นแบล็กลิสต์ เรียนจบเป็นทหารเกณฑ์ทันที

sd24

คสช. งัดมาตรการแก้ปม “นักเรียน-นักเลง” ตีกัน เล็งขึ้น “แบล็กลิสต์” เป็นทหารเกณฑ์

เมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมมีแนวคิดพิจารณาให้นักเรียนตีกัน ที่ส่วนใหญ่พบว่าจะมีอายุช่วงระหว่าง 18-20 ปี จะถูกคัดเลือกชื่อขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์เป็นทหารเกณฑ์ เมื่อศึกษาจบและอายุเข้าเกณฑ์ก็จะถูกคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ทันที โดยไม่ต้องผ่านการตรวจเลือกทหาร โดยขณะนี้กำลังศึกษาข้อกฎหมายอยู่ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และมีความเหมาะสมหรือไม่

ที่มา matichon.co.th/news/196562


ไม่ติดป้ายทะเบียน ท่อเสียงดัง ไฟสีอื่น โหลดเตี้ย จราจร ปรับหนักมาก “กฏหมายใหม่ 23 พรบ.”

car-tise

  1. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / วางไว้ที่กระจก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.11,ม.60)
  2. แผ่นป้ายทะเบียนตัดต่ออัดกรอบใหม่เป็นป้ายขาว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  3. ติดป้ายเอียง มีวัสดุปิดทับ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  4. แผ่นป้ายทะเบียนปลอม = ป.อาญา ฟ้องศาล
  5. โหลดเตี้ย (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่ต่ำกว่า 40cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  6. ยกสูง (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่สูงกว่า 135cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  7. ล้อยางเกินออกมานอกบังโคนข้างละหลายนิ้ว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  8. ใส่ล้อใหญ่จนแบะล้อเพื่อหลบซุ้ม = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  9. ตีโปร่งขยายซุ้มล้อติดสปอยเลอร์ต้องมีการยึดติดอย่างแน่นหนา = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  10. ฝาประโปรง หน้า-หลัง ดำ เกิน50%ของสีหลัก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.13,ม.60)
  11. เปลี่ยนท่อไอเสียใหญ่เสียงดัง = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (ม.5(2),ม.58)
  12. ไฟหน้าหลายสี เช่น เขียว แดง ฟ้า เหลือง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
  13. ไฟหยุดต้องสีแดง(ไฟเบรค)เท่านั้น = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
  14. ไฟเลี้ยวต้องเป้นสีเหลืองอำพัน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
  15. ไฟส่องป้ายต้องเป็นสีขาวเห็นไม่ต่ำกว่า 20 เมตร = ปรับไม่เกิน 2,000บาท (ม.12,ม.60)
  16. ไฟสปอร์ตไลน์ และโคมไฟตัดหมอกแสงพุ่งไกล = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท(ม.12,ม.60)
  17. เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุ = ปรับไม่เกิน 500 บาท กฏกระทรวง ข้อนี้เจอบ่อย..สุดรำคาญมั่ยรุสอบใบขับขี่ได้งัย
  18. ติดไฟนีออนใต้ท้องรถ ติดไว้กับป้ายทะเบียน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
  19. ดัดแปลงเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  20. เปลี่ยนดีสเบรคหลัง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  21. ใส่หลังคาซันลูป = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  22. ถอดเบาะหลังออกแล้วติดโรลบาร์ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  23. ดัดแปลงเครื่องยนต์ วัดควันดำ = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (พรบ.ขนส่ง)

ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน “พร้อมเพย์” ไม่เกิน 5 พัน ฟรีทุกรายการ เกิน 1 แสน คิดไม่เกิน 10 บาท

atm-transfer

ธปท.ยันทุกแบงก์เตรียมเปิดตัวลงทะเบียน “พร้อมเพย์” บริการโอนเงิน- รับโอน โดยใช้เลขบัตร ปชช. และเบอร์มือถือ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ค่าธรรมเนียมการโอนไม่เกิน 5,000 บาท ฟรีทุกรายการ และเพิ่มแบบขั้นบันได โดยวงเงินที่มากกว่า 100,000 บาท จะคิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาทต่อรายการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงิน 21 แห่ง ร่วมเปิดให้บริการโอนเงิน และรับโอนเงินแบบใหม่ “พร้อมเพย์-PromptPay” หรือชื่อเดิม คือ “Any ID” เปิดให้ประชาชนใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์มือถือผูกกับบัญชีธนาคาร 1 เลขหมายต่อ 1 บัญชี โดยผูกบัญชีได้สูงสุด 4 เบอร์ ได้แก่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1 และหมายเลขโทรศัพท์มือถืออีกไม่เกิน 3 เบอร์ ซึ่งทุกคนสามารถโอนเงินระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องจำเลขบัญชีเงินฝากธนาคาร

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์จะเปิดให้ลูกค้าสามารถลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ประกอบด้วย สาขาธนาคารพาณิชย์ ตู้เอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และโมบายแบงกิ้ง โดยบางธนาคารที่มีความพร้อมเริ่มลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 นี้ และจะพร้อมกันทุกธนาคารวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป โดยไม่มีการกำหนดสิ้นสุดการรับลงทะเบียน

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ธปท. ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า ประชาชนจะได้รับประโยชน์จาก “พร้อมเพย์” อย่างเต็มที่ ด้วยการได้รับเงินโอนระหว่างกันสะดวกมากขึ้น ขณะที่ยังสามารถรับเงินจากรัฐได้โดยตรง ด้วยการผูกบัญชีธนาคารกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น เงินสวัสดิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินคืนภาษีของกรมสรรพากร รวมทั้งยังมีความปลอดภัยกว่าการใช้เงินสด และค่าธรรมเนียมถูกกว่า ซึ่งจะเริ่มโอนเงินระหว่างประชาชนกับประชาชน

อย่างไรก็ตาม กรณีผู้ลงทะเบียนจะเปลี่ยนธนาคารที่ลงทะเบียนไว้สามารถยกเลิกกับธนาคารเดิม และไปลงทะเบียนกับธนาคารใหม่ หรือในกรณีที่ผู้ใช้บริการ “พร้อมเพย์” ต้องการเปลี่ยนแปลงหมายเลขบัญชี หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้แล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน

ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทุกธนาคารยืนยันในระบบความปลอดภัยของบริการโอนเงิน “พร้อมเพย์” ทั้งข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และระบบการชำระเงิน ขณะที่ค่าธรรมเนียมบริการ “พร้อมเพย์” จะถูกลง โดยการโอนเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการ จะฟรีค่าธรรมเนียมทุกรายการ ส่วนวงเงินโอนเกิน 5,000-30,000 บาทต่อรายการ คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 2 บาทต่อรายการ วงเงินมากกว่า 30,000-100,000 บาท คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 5 บาทต่อรายการ และวงเงินมากกว่า 100,000 บาท คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาทต่อรายการ จากเดิมค่าธรรมเนียมการโอนเงินประมาณ 25-50 บาท โดยการให้บริการ “พร้อมเพย์” จะเริ่มให้บริการรับโอนระหว่างประชาชนเดือนตุลาคม 2559 นี้ จากนั้นจะทยอยสู่บริการอื่นๆ เช่น การจ่ายบิลต่อไป ส่วนค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางอื่นๆ จะยังคงอัตราเดิมต่อไป เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมาใช้บริการ “พร้อมเพย์” ที่มีค่าธรรมเนียมถูกกว่า

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้บริการ “พร้อมเพย์” ผ่านโมบายแบงกิ้ง และอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ผ่านแอปพลิเคชัน ธนาคารบนมือถือได้ โดยผ่าน feature “พร้อมเพย์”

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนะนำให้ประชาชนใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนผูกกับบัญชีธนาคารในการใช้บริการ “พร้อมเพย์” เพื่อรับเงินสวัสดิการรัฐบาล เงินผู้มีรายได้น้อย และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น เพราะหากใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย และมีหลายเลขหมายอาจจะมีการตกหล่นในการรับเงินจากรัฐบาล

ส่วนความพร้อมของระบบไอที เพื่อรองรับการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง และโมบายแบงกิ้ง เพิ่มขึ้นนั้น ธนาคารมีความพร้อมเต็มที่ และจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559

ข่าวจาก manager online


ไพบูลย์ วอนสังคมทบทวน เหล้า-กาแฟ มีผลต่อจิตเช่นเดียวกับยาบ้า ทำไมยังค้าเสรี

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง กรณีเปลี่ยนเมทแอมเฟตามีน เป็นยารักษาโรคว่า ก่อนหน้านี้ตนรายงานให้ พล. อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทราบแล้ว เพราะปัจจุบัน การปราบยาเสพติดโดยใช้วิธีการอย่างรุนแรงอาจจะไม่ได้ผล อีกทั้งมีผลวิจัยระบุว่า องค์ประกอบของยาเสพติดจากพืชกัญชาและฝิ่น สามารถนำมาเป็นยารักษาโรคได้

safe_imagesdfsdf

ทั้งนี้ การปราบปรามของทางรัฐที่ผ่านมาได้เน้นทำลายแหล่งผลิต และสกัดเส้นทางขนส่ง ซึ่งคนที่ถูกจับกุมเป็นเพียงผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น และเมื่อผู้ต้องหาล้นเรือนจำ พ้นโทษออกมาก็กลับไปสร้างปัญหาต่อสังคมอีก ดังนั้น จึงต้องเปลี่ยนวิธีการหาวิธีอยู่กับยาเสพติดอย่างไร ซึ่งที่ตนเสนอมาเป็นเพียงแนวทางหนึ่ง ยังไม่ได้มีการศึกษาชัดเจน

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กำลังพิจารณากำหนดโทษผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติดว่ารุนแรงไปหรือไม่ สุดท้าย ตนก็อยากให้สังคมช่วยพิจารณาว่า สุรา บุหรี่ และกาแฟ เป็นสารเสพติดหรือไม่ เหตุใดไม่มีการจับกุม และปล่อยให้มีการค้าอย่างเสรี แม้มันจะมีผลต่อจิตประสาทเช่นเดียวกับยาบ้า

ที่มา http://hilight.kapook.com/view/138320


ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น

559000006253801

ลำปาง – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมป่าไม้ ทหาร ตำรวจ บุกค้นศูนย์เยาวชนเถินเทิดธรรม เครือข่ายวัดพระธรรมกาย พบไม้หวงห้ามกองเป็นพะเนินเต็มอาคารที่ติดป้าย-รูป “ธัมมชโย” หรา ขณะที่พระผู้ดูแลอ้างมีพายุเข้าตอนเมษาฯ 59 พัดต้นไม้หักโค่นจนต้องแปรรูปไว้ใช้

นาย รังสรรค์ ขวัญเมืองเดิม นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง, นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) และนายสุเทพ พุทชา ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารชุดการข่าวประจำอำเภอเถิน, เจ้าหน้าที่ป่าไม้ลำปาง, ตำรวจ ปทส. และตำรวจ สภ.เถิน ได้เข้าตรวจสอบภายในศูนย์เยาวชนเถินเทิดธรรม ริมถนนสายลำปาง-ตาก ขาเข้าลำปาง เขตบ้านแม่ปะ ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง เมื่อบ่ายวานนี้ (16 มิ.ย.)

จากการตรวจสอบพบว่าศูนย์ฯ ดังกล่าวมีพื้นที่กว่า 50 ไร่ ภายในมีทั้งสถานที่ฝึกอบรม-ปฏิบัติธรรม และเป็นเครือข่ายวัดพระธรรมกาย มีบ้านพัก 2 หลัง และอาคารเพื่อปฏิบัติกิจกรรม 2 หลัง ด้านหน้าศูนย์ฯ มีตอไม้ที่ถูกตัดโค่นแล้วจำนวนมาก

และเมื่อตรวจภายในอย่างละเอียดก็พบว่าบริเวณอาคารหลังใหญ่ที่ยัง สร้างไม่เสร็จมีชื่อติดอยู่ด้านบนว่า “อาคารเทิดธรรม 72 ปี พระเทพญา มหามุนี วิ. ธัมมชโย” ภายในอาคารมีรูปของพระธัมมชโยติดบนผนังด้วยนั้น บริเวณใต้ถุนอาคารมีไม้หวงห้าม ทั้งไม้สักทอง และไม้กระยาเลย ฯลฯ แปรรูปกองเรียงรายอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบไม้เก็บไว้ในเพิงอีกหลังหนึ่ง รวมแล้วมากกว่า 1,000 แผ่น

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามพระธวัช ประสานติโญ อายุ 42 ปี ซึ่งอยู่ดูแลวัดเพียงรูปเดียว บอกว่า ปกติมีพระอยู่ 5 รูป แต่ช่วงนี้พระสงฆ์อีก 4 รูปได้เดินทางไปวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ได้ให้นำใบอนุญาต และครอบครองไม้ดังกล่าวมาแสดง แต่ทางพระธวัชไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้

พระธวัชให้ข้อมูลว่า ไม้ที่กองอยู่นั้นเป็นไม้ที่ถูกลมพัดโค่นลงมาภายในพื้นที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ขณะเกิดวาตภัยขึ้นเมื่อช่วงเมษายน 2559 ที่ผ่านมา ทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมาหลายต้น ทางวัดฯ จึงได้ช่วยตัด และแปรรูปเก็บไว้เพื่อไว้ใช้ภายในวัด

ด้านนายรังสรรค์ ขวัญเมืองเดิม นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้ทั้งหมด และนำไปเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 22 (แม่ปะ) เพื่อจะทำการตรวจสอบที่มาของไม้ต่อไป เพราะการตัดไม้หวงห้ามแม้จะอยู่ในที่ดินที่มีโฉนดก็ต้องขออนุญาตด้วยเช่นกัน

ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)

ข่าวโดย manager.co.th ผู้จัดการ Online