ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น

559000006253801

ลำปาง – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมป่าไม้ ทหาร ตำรวจ บุกค้นศูนย์เยาวชนเถินเทิดธรรม เครือข่ายวัดพระธรรมกาย พบไม้หวงห้ามกองเป็นพะเนินเต็มอาคารที่ติดป้าย-รูป “ธัมมชโย” หรา ขณะที่พระผู้ดูแลอ้างมีพายุเข้าตอนเมษาฯ 59 พัดต้นไม้หักโค่นจนต้องแปรรูปไว้ใช้

นาย รังสรรค์ ขวัญเมืองเดิม นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง, นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) และนายสุเทพ พุทชา ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารชุดการข่าวประจำอำเภอเถิน, เจ้าหน้าที่ป่าไม้ลำปาง, ตำรวจ ปทส. และตำรวจ สภ.เถิน ได้เข้าตรวจสอบภายในศูนย์เยาวชนเถินเทิดธรรม ริมถนนสายลำปาง-ตาก ขาเข้าลำปาง เขตบ้านแม่ปะ ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง เมื่อบ่ายวานนี้ (16 มิ.ย.)

จากการตรวจสอบพบว่าศูนย์ฯ ดังกล่าวมีพื้นที่กว่า 50 ไร่ ภายในมีทั้งสถานที่ฝึกอบรม-ปฏิบัติธรรม และเป็นเครือข่ายวัดพระธรรมกาย มีบ้านพัก 2 หลัง และอาคารเพื่อปฏิบัติกิจกรรม 2 หลัง ด้านหน้าศูนย์ฯ มีตอไม้ที่ถูกตัดโค่นแล้วจำนวนมาก

และเมื่อตรวจภายในอย่างละเอียดก็พบว่าบริเวณอาคารหลังใหญ่ที่ยัง สร้างไม่เสร็จมีชื่อติดอยู่ด้านบนว่า “อาคารเทิดธรรม 72 ปี พระเทพญา มหามุนี วิ. ธัมมชโย” ภายในอาคารมีรูปของพระธัมมชโยติดบนผนังด้วยนั้น บริเวณใต้ถุนอาคารมีไม้หวงห้าม ทั้งไม้สักทอง และไม้กระยาเลย ฯลฯ แปรรูปกองเรียงรายอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบไม้เก็บไว้ในเพิงอีกหลังหนึ่ง รวมแล้วมากกว่า 1,000 แผ่น

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามพระธวัช ประสานติโญ อายุ 42 ปี ซึ่งอยู่ดูแลวัดเพียงรูปเดียว บอกว่า ปกติมีพระอยู่ 5 รูป แต่ช่วงนี้พระสงฆ์อีก 4 รูปได้เดินทางไปวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ได้ให้นำใบอนุญาต และครอบครองไม้ดังกล่าวมาแสดง แต่ทางพระธวัชไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้

พระธวัชให้ข้อมูลว่า ไม้ที่กองอยู่นั้นเป็นไม้ที่ถูกลมพัดโค่นลงมาภายในพื้นที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ขณะเกิดวาตภัยขึ้นเมื่อช่วงเมษายน 2559 ที่ผ่านมา ทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมาหลายต้น ทางวัดฯ จึงได้ช่วยตัด และแปรรูปเก็บไว้เพื่อไว้ใช้ภายในวัด

ด้านนายรังสรรค์ ขวัญเมืองเดิม นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้ทั้งหมด และนำไปเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 22 (แม่ปะ) เพื่อจะทำการตรวจสอบที่มาของไม้ต่อไป เพราะการตัดไม้หวงห้ามแม้จะอยู่ในที่ดินที่มีโฉนดก็ต้องขออนุญาตด้วยเช่นกัน

ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)

ข่าวโดย manager.co.th ผู้จัดการ Online


อุตุฯ เตือนใต้ 3 จว. ฝนตกหนัก กทม – ปริมณฑล โดนบ่ายถึงค่ำ

อุตุฯเผย ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตก ส่วนภาคใต้ตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต ขณะที่ กทม.และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองส่วนใหญ่เป็นช่วงบ่ายถึงค่ำ

payuu

วันที่ 15 มิ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป ประเทศไทยมีฝนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันตกระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยามรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวเบงกอล ทะเลอันดามันตอนบน และประเทศไทย ทำให้ยังคงมีฝนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


ขึ้นภาษีรถเก่าเกิน 7 ปี ชงเปลี่ยนบ่อยๆ กระตุ้นตลาดรถยนต์

safe_image

จากการที่นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ออกมาเสนอความคิดเห็นว่า ส่วนตัวอยากเสนอให้รัฐบาลมีการปรับปรุงอัตราภาษีป้ายรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น โดยคำนวณจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นมลพิษทางอากาศ หากรถที่มีการปล่อยมลพิษมากก็ควรเสียภาษีมากกว่ารถที่ปล่อยมลพิษน้อย หากเกินกว่าค่ามาตรฐานกำหนดก็ควรปลดระวางรถเก่าออกจากตลาด

ทั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นความต้องการรถยนต์ใหม่ ส่งเสริมยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ในประเทศให้ขยายตัว เนื่องจากมองว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ปรับตัวดีขึ้น จากล่าสุดที่เริ่มเห็นสัญญาณตลาดรถยนต์ในประเทศฟื้นตัว โดยภาพรวมเดือนเม.ย.ยอดผลิตอยู่ที่ 138,237 คัน ขยายตัว 11.51% โดยเฉพาะรถยนต์ประหยัดพลังงานและรถรุ่นใหม่ที่ถูกเรียกเก็บอัตราภาษีใหม่ตาม การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ซึ่งมีส่วนหนึ่งช่วยลดมลภาวะ รักษาสิ่งแวดล้อม

ด้าน อ.พิชญ์มองว่า หากต้องการใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์เช่นนี้ ควรทำอย่างจริงจัง เนื่องจากรถบางคันมีอายุการใช้งานมาก แต่อาจไม่ค่อยได้นำออกมาใช้งาน หากจะวัดค่ามลพิษทางอากาศต้องทำอย่างเป็นระบบโดยการติดตั้งเครื่องวัดมลพิษ ทางอากาศที่รถยนต์ ก่อนที่จะนำมาจ่ายภาษีเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนคุณสุรนันทน์ มีความเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว แต่คิดว่าควรจะใช้วิธีที่ดีที่สุด และควรแยกเรื่องการเก็บภาษีรถที่ปล่อยมลพิษ และเรื่องการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ออกเป็นคนละเรื่องกัน และมองว่าควรนำภาษีที่ได้จากนโยบายดังกล่าวไปพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ต่อไป โดยนำไปลงทุนกับรถยนต์ไฮบริดจ์ รถยนต์พลังงานทางเลือก และรถยนต์ที่ไม่ใช้น้ำมัน เนื่องจากเมื่อลงทุนเรื่องพวกนี้ภาษีต่างๆ ก็อาจจะลดลงไปด้วย

ติดตามรายการ “The Hel(l)met Show หมวกกันน็อค” ได้ทางมติชนออนไลน์ หรือ ทางช่องทาง Youtube ในช่อง MatichonTV วันจันทร์ – พุธ – ศุกร์ 18.00น.

ดำเนินรายการโดย “ไบค์เกอร์หนุ่มใหญ่” ที่สลัดคราบอาจารย์นักวิชาการ “พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์”

“เจ้าของร้านกาแฟนักปั่นย่านสุขุมวิท” จากอดีตนักการเมืองที่ช่วงนี้ต้องพักงาน “สุรนันทน์ เวชชาชีวะ”

Don’t be insane protect your brain !!!
รักสมอง…ลอง “หมวกกันน็อค” !?

ข่าวโดย matichon online


เริ่มแล้ว ขณะเติมน้ำมัน ดับเครื่อง-ห้ามโทรศัพท์ ฝ่าฝืน โทษสูงมาก !!!

กรมธุรกิจพลังงาน เริ่มวันนี้ (29 พ.ค. )  ปั๊มน้ำมัน ห้าม!!…เติมน้ำมัน หากผู้รับบริการไม่ดับเครื่องยนต์-ใช้มือถือ พร้อม อบรมพนักงานปั๊ม
man2
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกแห่ง ให้เข้มงวดในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ผู้รับบริการ โดยหากพบว่าผู้รับบริการไม่ดับเครื่องยนต์ หรือยังใช้โทรศัพท์มือถือ ห้ามสถานีให้บริการเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้รับบริการและสถานีบริการ หลังเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในปั๊มแห่งหนึ่งจากการใช้โทรศัพท์ถือถือ
“กฎกระทรวงของกรมธุรกิจพลังงาน พ.ศ. 2552 ในหมวดป้องกันเกี่ยวกับการห้ามก่อประกายไฟในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง กำหนดว่า สถานีทุกแห่งต้องมีป้ายแจ้งเตือนให้ดับเครื่องยนต์ ปิดโทรศัพท์มือถือ และห้ามสูบบุหรี่ในขณะรับบริการ แต่กรณีโทรศัพท์มือถือจะอนุโลมว่าผู้ที่เข้ามาใช้บริการไม่ต้องถึงขั้นปิด เครื่อง แต่จะห้ามไม่ให้โทรออกหรือรับสายขณะใช้บริการอยู่ และหากฝ่าฝืนสถานีบริการจะมีโทษปรับ 1 แสน หรือจำคุก 1 ปี หรือทั้งจำและปรับ” นายวิฑูรย์ กล่าว
นอกจากนี้ ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยว กับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งประกาศดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันและเชื้อเพลิง ทุกประเภทที่ได้รับใบอนุญาต จะต้องส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมด้านการให้บริการด้วยความปลอดภัยภายใน 2 ปี นับจากวันที่มีผลบังคับใช้ แต่หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะไม่ต่ออายุใบอนุญาต
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท 3.84 หมื่นแห่ง แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 1 หมื่นแห่ง สถานีบริการปิโตรเลียมเหลว 1,988 แห่ง สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ 488 แห่ง ถังน้ำมัน (รถขนส่งน้ำมัน) 9,465 ถัง ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (รถขนส่งก๊าซแอลพีจี) 1,988 ถัง ถังก๊าซธรรมชาติ (รถขนส่งก๊าซเอ็นจีวี) 1,356 ถัง และกิจการ อื่นๆ เช่น คลัง สถานที่เก็บน้ำมัน ร้านค้าจำหน่ายก๊าซแอลพีจี 1.34 หมื่นแห่ง และมีผู้ปฏิบัติงานกว่า 1 แสนคน
“สิ่งที่กรมยังเป็นห่วงอยู่ คือ การฝึกอบรมพนักงานผู้ปฏิบัติการที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของพนักงานผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด เบื้องต้นอาจต้องเปิดหลักสูตรภาษานานาชาติเพื่ออบรมพนักงานกลุ่มนี้” นายวิฑูรย์ กล่าว

ทนาย “อนันต์ชัย” ซัดตำรวจ เรียกพยานไม่อยู่ในเหตุการณ์ มาให้ปากคำ คุณทำไปได้อย่างไร!!

ยังคงเป็นที่ติดตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับคดีสะเทือนขวัญ สำหรับโจ๋ 6 คน ได้มีการรุมทำร้ายชายพิการจนถึงขั้นเสียชีวิต และคดี 6 โจ๋ รุมทำร้ายชายพิการจนเสียชีวิตเห็นทีจะยืดเยื้อไม่จบง่ายๆแน่นอน

tanai

หลังจากที่ช่วง 6 โมงเย็นของวันที่ 24 พ.ค. 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัยได้นำหมายเรียกสอบพยานในคดีมาให้กับเพื่อนบ้านในละแวกเพื่อให้เดินทางไปให้ปากคำ ซึ่งเพื่อนบ้านรายนี้อยู่ห่างออกไปจากจุดเกิดเหตุประมาณกว่า 500 เมตร ซึ่งไม่ได้รู้เห็นในเหตุการณ์ด้วย

yuicccc

การเรียกพยานไม่อยู่ในเหตุการณ์ มาให้ปากคำ มันใช่แล้วเหรอ นี่คือการทำงานของที่พึ่งของประชาชนสินะ


เจ้าหนี้รู้ไว้ ! ทวงหนี้ผิดเวลามีโทษปรับสูงสุด 1 แสนบาท-ห้ามข่มขู่ลูกหนี้

เพจทนายให้ความรู้ ทวงหนี้ผิดเวลาปรับสูงสุด 1 แสนบาท ตามพ.ร.บ.ทวงถามหนี้ ฉบับปี 2558 ห้ามเจ้าหนี้ทวงหนี้นอกเวลา ห้ามใช้ความรุนแรง ข่มขู่ หากฝ่าฝืนสามารถฟ้องร้องได้

money2

พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ ออกมาตั้งแต่ปี 2558 แต่ประชาชนยังไม่ค่อยทราบกัน ซึ่งสาเหตุที่มีการออกกฎหมายทวงหนี้เกิดจากมีการทวงหนี้อย่างไม่รู้เวลาตั้งแต่ช่วงเช้าจนดึกดื่น จึงมีการกำหนดข้อกฎหมายขึ้นว่า ผู้ที่จะทวงถามหนี้ต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนก่อน โดยการทวงถามหนี้นั้นต้องทวงกับลูกหนี้เท่านั้น ซึ่งสามารถทวงหนี้ได้ในวันจันทร์ถึงศุกร์เวลา 08.00-20.00 น.  และวันหยุดราชการสามารถติดต่อทวงหนี้ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. และห้ามข่มขู่ ใช้ความรุนแรง

นอกจากนี้ยังห้ามเจ้าหนี้ประทับทวงหนี้หน้าซองจดหมาย หากพบมีการทวงหนี้ที่ไม่ถูกต้อง มีการข่มขู่เอาชีวิต สามารถแคปหน้าจอเป็นหลักฐานแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ในการฟ้องร้องได้ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท แต่หากลูกหนี้คืนเงินครบตามเวลาที่กำหนด คดีความก็จะไม่เกิดขึ้น

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก tanaiwirat.com ทนายวิรัช


หัวอกคนเป็นพ่อ!! แทบสลาย ลูกสาวถูกสุนัขกัด ได้รับบาดเจ็บปางตาย

121_1464059652

จากคลิปเหตุการณ์ที่สุนัขที่วิ่งเล่นกัดหญิงสาวจนเกือบตาบอด เรื่องนี้คงทำให้ใครหลายๆคนต้องดูเเลสัตว์เลี้ยงของท่านเป็นพิเศษนะครับ อันตรายมาก ถึงแม้ผู้เป็นเจ้าของจะรับผิดชอบในเหตุการณ์ครั้งนี้  แต่การแก้ไขที่ต้นเหตุ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าครับ


วางของกั๊กที่จอดบนถนน‬ โทษปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท

car-on-foot

พรบ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในบ้านเมือง พ.ศ.2535 ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในมาตรา 19

“ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งวางหรือกองวัตถุใดๆบนถนนเว้นแต่เป็นการกระทำในบริเวณที่ เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร”

ถ้าฝ่าฝืนจะโดนโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามบทลงโทษในมาตรา 57 ของ พรบ.ฉบับนี้

นอกจากนี้ยังผิดกฏหมาย ป.อาญา มาตรา 385 ในเรื่องการกีดขวางทางสาธารณะซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาทอีกด้วย แต่เรื่องนี้ภาษากฏหมายเรียกว่า “การกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามบทหนักสุด” นั่นคือ โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ตาม พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในบ้านเมือง พ.ศ.2535 สรุป กั๊กที่จอดบนถนน มีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาทครับ สำหรับเรื่องราวในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรเพื่อนๆ สามารถติดตามกันได้ที่ เว็บนายธันวา กันได้เลยครับมีประโยชน์แน่นอนครับ

ข้อมูลจาก ninethanwa.in.th
ที่มา เพจทนายเพื่อนคุณ