ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป 2 ราศี ที่ยังโสด มีเกณฑ์ได้พบรักหวานชื่น

000047807604

ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม)

ความรักงอนกันอยู่เรื่อย ช่วงนี้คุณเริ่มจู้จี้ขี้บ่น ทำให้มีเรื่องกันเป็นประจำ ลดๆลงมาบ้างเดี๋ยวจะแก่ไว ส่วนคนโสดช่วงนี้ต้องพึ่งพาเพื่อนฝูงคอยเป็นกำลังในการหาคู่ กลางเดือน ความรักยังวางฟอร์มเหมือนเคย อยากให้ใครรู้ใจก็ต้องเปิดใจให้กว้างด้วยครับ ส่วน คนโสด ช่วงนี้มีแต่คนคอยลุ้นคอยเชียร์ มีแววได้สละโสดสูงมาก ถ้าไม่เลือกจนเกินไป สิ้นเดือน ความรักเจ้าชู้ไม่เลือก คนโสดเสน่ห์แรง มีคนเข้ามาจีบ ถ้ามีแฟนแล้วขัดแย้งกันบ่อยเพราะมือที่สาม จะทำอะไรให้คิดถึงใจเขาใจเราจะดีกว่า

ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม)

ความรักจิตใจว้าวุ่น รักพี่เสียดายน้อง คนนั้นก็ดี คนนี้ก็ใช่ อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ส่วนคนโสดมักไปแอบชอบคนมีเจ้าของ เดี๋ยวสุขเดี๋ยวเศร้า กลางเดือน ใครที่แอบรักแอบชอบ จีบใครไว้ ช่วงนี้ความดีที่ทำสะสมมาจะทำให้เขาใจอ่อน คนโสดมีคนเห็นความน่ารัก ถ้ามีคนรักแล้วเข้าอกเข้าใจกันดี อบอุ่น สิ้นเดือน ความรักกระทบกระทั่งไม่มีหยุด พยายามอย่าให้คาใจนาน เรื่องจะบานปลายมีดวงในการแตกหักสูง คนโสดจะได้เจอคู่ต้องออกตระเวน หาเรื่องเดินทางบ่อยๆมีดวงได้ปิ๊ง


ทำพาสปอร์ตวันเสาร์ได้แล้ว! ที่ ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เริ่ม 15 ตุลาคมนี้

เดี๋ยวนี้การทำ พาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทาง นั้นง่ายมากๆ ไม่ต้องเดินทางไปทำเฉพาะ วันจันทร์-วันศุกร์ เพราะตอนนี้ เปิดรับทำพาสปอร์ต วันเสาร์ แล้ว! เฉพาะที่ ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ โดยจะเริ่มเปิดให้ใช้บริการ วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม นี้

passport

สำนักงานหนังสือเดินทางเปิดให้บริการทำ พาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทาง ในวันเสาร์แล้ว เฉพาะที่ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ โดยจะเริ่มเปิดให้ใช้บริการ วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม นี้เป็นต้นไป และถ้าต้องการความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ก็ยังมีการจองคิวล่วงหน้าทางออนไลน์ได้อีกด้วย

จองคิวได้ที่ : www.passport.in.th , www.facebook.com/passport.in.th

เปิดให้บริการ : ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.30 น.

ที่ตั้ง : โซน E ชั้น 2 735-735/1-8 ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม 10250

สอบถามข้อมูลโทร : 02-572-8442

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม : www.thanyapark.com

ขอบคุณข้อมูล Thanya Park


Batman v Superman (2016) แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน [HD]

3dc4f741d0d66959f23acdc2ecdd68ec

เรื่องย่อ Batman v Superman แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน

สำหรับเรื่องราวการปะทะกันของ แบทแมน กับ ซูเปอร์แมน ครั้งนี้ จะคาบเกี่ยวมาจากซูเปอร์แมนในภาค Man of Steel โดยอ้างอิงเหตการณ์ต่อสู้ระหว่างซูเปอร์แมนกับนายพลซ็อต ที่สร้าางความเสียหายจนเมืองเมโทรโพลิสพังพินาศ ซึ่งบังเอิญ บรูซ เวย์ หรือ แบทแมน ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นได้เห็นถึงพลังอำนาจของซูเปอร์แมนที่เป็นได้ทั้งคุณ และโทษ จนเมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี ซูเปอร์แมน ในนามของ คลาร์ก เคนท์ ได้ทำงานเป็นนักข่าว และต้องการสืบหาตัวตนของ แบทแมน ชายลึกลับที่ตั้งตนเป็นศาลเตี้ยกำจัดวายร้ายนอกกฎหมาย กระแสสังคมที่มีต่อซูเปอร์แมนผู้มีพลังเหนือมนุษย์ ได้แตกออกเป็น 2 ฝั่ง ผู้ที่นับถือเขาเปรียบดังพระเจ้าองค์ใหม่ และผู้คนที่หวาดระแวงในพลังของเขาที่มากเกินควบคุม ความบาดหมางระหว่างแบทแมนกับซูเปอร์แมนที่ค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ภัยคุกคามเบื้องหลังพวกเขาก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มวลมนุษยชาติต้องตกอยู่ในอันตรายแบบที่ไม่เคยมี มาก่อน… และนี่จึงเป็นโอกาสให้เราได้พบกับการรวมตัวของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ฝั่ง DC หลายตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้ง วันเดอร์ วูแมน, อควาแมน, ไซบอร์ก และ เดอะ แฟลช แม้จะยังไม่รู้ว่าบทสรุปของการปะทะกันครั้งนี้จะจบลงอย่างไร แต่รับรองได้ว่าการปะทะกันครั้งนี้ จะแตกต่างออกไปจากที่ทุกคนเคยพบมาแน่นอน…

[jwplayer player=”2″ mediaid=”265″]


คสช.ไอเดียกระฉูด! ‘นักเรียนตีกัน’ จับขึ้นแบล็กลิสต์ เรียนจบเป็นทหารเกณฑ์ทันที

sd24

คสช. งัดมาตรการแก้ปม “นักเรียน-นักเลง” ตีกัน เล็งขึ้น “แบล็กลิสต์” เป็นทหารเกณฑ์

เมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมมีแนวคิดพิจารณาให้นักเรียนตีกัน ที่ส่วนใหญ่พบว่าจะมีอายุช่วงระหว่าง 18-20 ปี จะถูกคัดเลือกชื่อขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์เป็นทหารเกณฑ์ เมื่อศึกษาจบและอายุเข้าเกณฑ์ก็จะถูกคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ทันที โดยไม่ต้องผ่านการตรวจเลือกทหาร โดยขณะนี้กำลังศึกษาข้อกฎหมายอยู่ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และมีความเหมาะสมหรือไม่

ที่มา matichon.co.th/news/196562


ไม่ติดป้ายทะเบียน ท่อเสียงดัง ไฟสีอื่น โหลดเตี้ย จราจร ปรับหนักมาก “กฏหมายใหม่ 23 พรบ.”

car-tise

  1. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / วางไว้ที่กระจก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.11,ม.60)
  2. แผ่นป้ายทะเบียนตัดต่ออัดกรอบใหม่เป็นป้ายขาว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  3. ติดป้ายเอียง มีวัสดุปิดทับ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  4. แผ่นป้ายทะเบียนปลอม = ป.อาญา ฟ้องศาล
  5. โหลดเตี้ย (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่ต่ำกว่า 40cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  6. ยกสูง (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่สูงกว่า 135cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  7. ล้อยางเกินออกมานอกบังโคนข้างละหลายนิ้ว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  8. ใส่ล้อใหญ่จนแบะล้อเพื่อหลบซุ้ม = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  9. ตีโปร่งขยายซุ้มล้อติดสปอยเลอร์ต้องมีการยึดติดอย่างแน่นหนา = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  10. ฝาประโปรง หน้า-หลัง ดำ เกิน50%ของสีหลัก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.13,ม.60)
  11. เปลี่ยนท่อไอเสียใหญ่เสียงดัง = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (ม.5(2),ม.58)
  12. ไฟหน้าหลายสี เช่น เขียว แดง ฟ้า เหลือง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
  13. ไฟหยุดต้องสีแดง(ไฟเบรค)เท่านั้น = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
  14. ไฟเลี้ยวต้องเป้นสีเหลืองอำพัน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
  15. ไฟส่องป้ายต้องเป็นสีขาวเห็นไม่ต่ำกว่า 20 เมตร = ปรับไม่เกิน 2,000บาท (ม.12,ม.60)
  16. ไฟสปอร์ตไลน์ และโคมไฟตัดหมอกแสงพุ่งไกล = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท(ม.12,ม.60)
  17. เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุ = ปรับไม่เกิน 500 บาท กฏกระทรวง ข้อนี้เจอบ่อย..สุดรำคาญมั่ยรุสอบใบขับขี่ได้งัย
  18. ติดไฟนีออนใต้ท้องรถ ติดไว้กับป้ายทะเบียน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
  19. ดัดแปลงเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  20. เปลี่ยนดีสเบรคหลัง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  21. ใส่หลังคาซันลูป = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  22. ถอดเบาะหลังออกแล้วติดโรลบาร์ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
  23. ดัดแปลงเครื่องยนต์ วัดควันดำ = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (พรบ.ขนส่ง)

ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน “พร้อมเพย์” ไม่เกิน 5 พัน ฟรีทุกรายการ เกิน 1 แสน คิดไม่เกิน 10 บาท

atm-transfer

ธปท.ยันทุกแบงก์เตรียมเปิดตัวลงทะเบียน “พร้อมเพย์” บริการโอนเงิน- รับโอน โดยใช้เลขบัตร ปชช. และเบอร์มือถือ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ค่าธรรมเนียมการโอนไม่เกิน 5,000 บาท ฟรีทุกรายการ และเพิ่มแบบขั้นบันได โดยวงเงินที่มากกว่า 100,000 บาท จะคิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาทต่อรายการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงิน 21 แห่ง ร่วมเปิดให้บริการโอนเงิน และรับโอนเงินแบบใหม่ “พร้อมเพย์-PromptPay” หรือชื่อเดิม คือ “Any ID” เปิดให้ประชาชนใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์มือถือผูกกับบัญชีธนาคาร 1 เลขหมายต่อ 1 บัญชี โดยผูกบัญชีได้สูงสุด 4 เบอร์ ได้แก่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1 และหมายเลขโทรศัพท์มือถืออีกไม่เกิน 3 เบอร์ ซึ่งทุกคนสามารถโอนเงินระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องจำเลขบัญชีเงินฝากธนาคาร

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์จะเปิดให้ลูกค้าสามารถลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ประกอบด้วย สาขาธนาคารพาณิชย์ ตู้เอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และโมบายแบงกิ้ง โดยบางธนาคารที่มีความพร้อมเริ่มลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 นี้ และจะพร้อมกันทุกธนาคารวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป โดยไม่มีการกำหนดสิ้นสุดการรับลงทะเบียน

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ธปท. ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า ประชาชนจะได้รับประโยชน์จาก “พร้อมเพย์” อย่างเต็มที่ ด้วยการได้รับเงินโอนระหว่างกันสะดวกมากขึ้น ขณะที่ยังสามารถรับเงินจากรัฐได้โดยตรง ด้วยการผูกบัญชีธนาคารกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น เงินสวัสดิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินคืนภาษีของกรมสรรพากร รวมทั้งยังมีความปลอดภัยกว่าการใช้เงินสด และค่าธรรมเนียมถูกกว่า ซึ่งจะเริ่มโอนเงินระหว่างประชาชนกับประชาชน

อย่างไรก็ตาม กรณีผู้ลงทะเบียนจะเปลี่ยนธนาคารที่ลงทะเบียนไว้สามารถยกเลิกกับธนาคารเดิม และไปลงทะเบียนกับธนาคารใหม่ หรือในกรณีที่ผู้ใช้บริการ “พร้อมเพย์” ต้องการเปลี่ยนแปลงหมายเลขบัญชี หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้แล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน

ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทุกธนาคารยืนยันในระบบความปลอดภัยของบริการโอนเงิน “พร้อมเพย์” ทั้งข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และระบบการชำระเงิน ขณะที่ค่าธรรมเนียมบริการ “พร้อมเพย์” จะถูกลง โดยการโอนเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการ จะฟรีค่าธรรมเนียมทุกรายการ ส่วนวงเงินโอนเกิน 5,000-30,000 บาทต่อรายการ คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 2 บาทต่อรายการ วงเงินมากกว่า 30,000-100,000 บาท คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 5 บาทต่อรายการ และวงเงินมากกว่า 100,000 บาท คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาทต่อรายการ จากเดิมค่าธรรมเนียมการโอนเงินประมาณ 25-50 บาท โดยการให้บริการ “พร้อมเพย์” จะเริ่มให้บริการรับโอนระหว่างประชาชนเดือนตุลาคม 2559 นี้ จากนั้นจะทยอยสู่บริการอื่นๆ เช่น การจ่ายบิลต่อไป ส่วนค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางอื่นๆ จะยังคงอัตราเดิมต่อไป เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมาใช้บริการ “พร้อมเพย์” ที่มีค่าธรรมเนียมถูกกว่า

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้บริการ “พร้อมเพย์” ผ่านโมบายแบงกิ้ง และอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ผ่านแอปพลิเคชัน ธนาคารบนมือถือได้ โดยผ่าน feature “พร้อมเพย์”

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนะนำให้ประชาชนใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนผูกกับบัญชีธนาคารในการใช้บริการ “พร้อมเพย์” เพื่อรับเงินสวัสดิการรัฐบาล เงินผู้มีรายได้น้อย และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น เพราะหากใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย และมีหลายเลขหมายอาจจะมีการตกหล่นในการรับเงินจากรัฐบาล

ส่วนความพร้อมของระบบไอที เพื่อรองรับการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง และโมบายแบงกิ้ง เพิ่มขึ้นนั้น ธนาคารมีความพร้อมเต็มที่ และจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559

ข่าวจาก manager online


ไพบูลย์ วอนสังคมทบทวน เหล้า-กาแฟ มีผลต่อจิตเช่นเดียวกับยาบ้า ทำไมยังค้าเสรี

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง กรณีเปลี่ยนเมทแอมเฟตามีน เป็นยารักษาโรคว่า ก่อนหน้านี้ตนรายงานให้ พล. อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทราบแล้ว เพราะปัจจุบัน การปราบยาเสพติดโดยใช้วิธีการอย่างรุนแรงอาจจะไม่ได้ผล อีกทั้งมีผลวิจัยระบุว่า องค์ประกอบของยาเสพติดจากพืชกัญชาและฝิ่น สามารถนำมาเป็นยารักษาโรคได้

safe_imagesdfsdf

ทั้งนี้ การปราบปรามของทางรัฐที่ผ่านมาได้เน้นทำลายแหล่งผลิต และสกัดเส้นทางขนส่ง ซึ่งคนที่ถูกจับกุมเป็นเพียงผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น และเมื่อผู้ต้องหาล้นเรือนจำ พ้นโทษออกมาก็กลับไปสร้างปัญหาต่อสังคมอีก ดังนั้น จึงต้องเปลี่ยนวิธีการหาวิธีอยู่กับยาเสพติดอย่างไร ซึ่งที่ตนเสนอมาเป็นเพียงแนวทางหนึ่ง ยังไม่ได้มีการศึกษาชัดเจน

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กำลังพิจารณากำหนดโทษผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติดว่ารุนแรงไปหรือไม่ สุดท้าย ตนก็อยากให้สังคมช่วยพิจารณาว่า สุรา บุหรี่ และกาแฟ เป็นสารเสพติดหรือไม่ เหตุใดไม่มีการจับกุม และปล่อยให้มีการค้าอย่างเสรี แม้มันจะมีผลต่อจิตประสาทเช่นเดียวกับยาบ้า

ที่มา http://hilight.kapook.com/view/138320


ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น

559000006253801

ลำปาง – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมป่าไม้ ทหาร ตำรวจ บุกค้นศูนย์เยาวชนเถินเทิดธรรม เครือข่ายวัดพระธรรมกาย พบไม้หวงห้ามกองเป็นพะเนินเต็มอาคารที่ติดป้าย-รูป “ธัมมชโย” หรา ขณะที่พระผู้ดูแลอ้างมีพายุเข้าตอนเมษาฯ 59 พัดต้นไม้หักโค่นจนต้องแปรรูปไว้ใช้

นาย รังสรรค์ ขวัญเมืองเดิม นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง, นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) และนายสุเทพ พุทชา ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารชุดการข่าวประจำอำเภอเถิน, เจ้าหน้าที่ป่าไม้ลำปาง, ตำรวจ ปทส. และตำรวจ สภ.เถิน ได้เข้าตรวจสอบภายในศูนย์เยาวชนเถินเทิดธรรม ริมถนนสายลำปาง-ตาก ขาเข้าลำปาง เขตบ้านแม่ปะ ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง เมื่อบ่ายวานนี้ (16 มิ.ย.)

จากการตรวจสอบพบว่าศูนย์ฯ ดังกล่าวมีพื้นที่กว่า 50 ไร่ ภายในมีทั้งสถานที่ฝึกอบรม-ปฏิบัติธรรม และเป็นเครือข่ายวัดพระธรรมกาย มีบ้านพัก 2 หลัง และอาคารเพื่อปฏิบัติกิจกรรม 2 หลัง ด้านหน้าศูนย์ฯ มีตอไม้ที่ถูกตัดโค่นแล้วจำนวนมาก

และเมื่อตรวจภายในอย่างละเอียดก็พบว่าบริเวณอาคารหลังใหญ่ที่ยัง สร้างไม่เสร็จมีชื่อติดอยู่ด้านบนว่า “อาคารเทิดธรรม 72 ปี พระเทพญา มหามุนี วิ. ธัมมชโย” ภายในอาคารมีรูปของพระธัมมชโยติดบนผนังด้วยนั้น บริเวณใต้ถุนอาคารมีไม้หวงห้าม ทั้งไม้สักทอง และไม้กระยาเลย ฯลฯ แปรรูปกองเรียงรายอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบไม้เก็บไว้ในเพิงอีกหลังหนึ่ง รวมแล้วมากกว่า 1,000 แผ่น

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามพระธวัช ประสานติโญ อายุ 42 ปี ซึ่งอยู่ดูแลวัดเพียงรูปเดียว บอกว่า ปกติมีพระอยู่ 5 รูป แต่ช่วงนี้พระสงฆ์อีก 4 รูปได้เดินทางไปวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ได้ให้นำใบอนุญาต และครอบครองไม้ดังกล่าวมาแสดง แต่ทางพระธวัชไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้

พระธวัชให้ข้อมูลว่า ไม้ที่กองอยู่นั้นเป็นไม้ที่ถูกลมพัดโค่นลงมาภายในพื้นที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ขณะเกิดวาตภัยขึ้นเมื่อช่วงเมษายน 2559 ที่ผ่านมา ทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมาหลายต้น ทางวัดฯ จึงได้ช่วยตัด และแปรรูปเก็บไว้เพื่อไว้ใช้ภายในวัด

ด้านนายรังสรรค์ ขวัญเมืองเดิม นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้ทั้งหมด และนำไปเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 22 (แม่ปะ) เพื่อจะทำการตรวจสอบที่มาของไม้ต่อไป เพราะการตัดไม้หวงห้ามแม้จะอยู่ในที่ดินที่มีโฉนดก็ต้องขออนุญาตด้วยเช่นกัน

ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)
ตะลึง! บุกค้นศูนย์เถินเทิดธรรมเครือ “ธรรมกาย” เจอไม้เถื่อนอื้อ-อ้างพายุพัดโค่น(ชมคลิป)

ข่าวโดย manager.co.th ผู้จัดการ Online