หัวอกคนเป็นพ่อ!! แทบสลาย ลูกสาวถูกสุนัขกัด ได้รับบาดเจ็บปางตาย

121_1464059652

จากคลิปเหตุการณ์ที่สุนัขที่วิ่งเล่นกัดหญิงสาวจนเกือบตาบอด เรื่องนี้คงทำให้ใครหลายๆคนต้องดูเเลสัตว์เลี้ยงของท่านเป็นพิเศษนะครับ อันตรายมาก ถึงแม้ผู้เป็นเจ้าของจะรับผิดชอบในเหตุการณ์ครั้งนี้  แต่การแก้ไขที่ต้นเหตุ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าครับ


วางของกั๊กที่จอดบนถนน‬ โทษปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท

car-on-foot

พรบ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในบ้านเมือง พ.ศ.2535 ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในมาตรา 19

“ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งวางหรือกองวัตถุใดๆบนถนนเว้นแต่เป็นการกระทำในบริเวณที่ เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร”

ถ้าฝ่าฝืนจะโดนโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามบทลงโทษในมาตรา 57 ของ พรบ.ฉบับนี้

นอกจากนี้ยังผิดกฏหมาย ป.อาญา มาตรา 385 ในเรื่องการกีดขวางทางสาธารณะซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาทอีกด้วย แต่เรื่องนี้ภาษากฏหมายเรียกว่า “การกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามบทหนักสุด” นั่นคือ โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ตาม พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในบ้านเมือง พ.ศ.2535 สรุป กั๊กที่จอดบนถนน มีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาทครับ สำหรับเรื่องราวในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรเพื่อนๆ สามารถติดตามกันได้ที่ เว็บนายธันวา กันได้เลยครับมีประโยชน์แน่นอนครับ

ข้อมูลจาก ninethanwa.in.th
ที่มา เพจทนายเพื่อนคุณ


ชายหนุ่มคิดสั้นฆ่าตัวตาย กระโดดลงไปในกรงสิงโต ในสวนสัตว์ แต่ผลที่ได้…

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ Thesun ได้รายงานว่า มีชายหนุ่มวัย 20 ปีคนหนึ่งได้แก้ผ้าล่อนจ้อนกระโดดเข้าไปในกรงสิงโต ที่สวนสัตว์แห่งหนึ่งในเมืองซานเตียโก ประเทศชิลีเพื่อฆ่าตัวตาย

1-46

ตามรายงานบอกว่าในขณะนั้นมีสิงโต 2 ตัวกำลังเข้าไปรุมกัดชายหนุ่มคนนี้ แต่เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์เข้ามาเห็นพอ ดี จึงรีบเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มเอาไว้

                ทางด้านนาง Alejandra Montalba หัวหน้าของสวนสัตว์ได้ออกมากล่าวว่า “สวนสัตว์ได้จัดการกับสิงโต เพราะชีวิตของผู้คนสำคัญสำหรับเรามาก”

หลังจากที่ฆ่าสิงโตเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ก็รีบนำตัวชายหนุ่มในสภาพเปลือยเปล่าส่งโรงพยาบาลทันที จากการตรวจสอบพบว่าชายหนุ่มมีอาการบาดเจ็บสาหัส และมีกระดาษข้อความลาตายอยู่ในเสื้อผ้า

                  ทั้งนี้พยานผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนบอกว่าในขณะที่ชายหนุ่มกระโดดลงไปให้ สิงโตขย้ำนั้น เขาได้ตะโกนบทสวดหรือคำสอนทางศาสนาออกมาดังลั่นอีกด้วย

 มันเป็นเรื่องน่าเศร้า เชื่อว่าคงมีกระแสตีไปมาระหว่างการยิงสิงโต 2 ตัวนั้น กับการปล่อยให้คนตายไปเถอะ แต่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ก็ต้องทำในสิ่งที่เหมาะสมที่สุดขณะนั้น….

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thesun.co.uk/sol/homepage/news/7166519/Naked-man-jumps-into-a-zoos-LION-enclosure-in-bizarre-suicide-bid-and-survives.html


“ทนายคู่ใจ” บอก ปชช. มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์การทำงาน “ตำรวจ” ได้

จากประเด็นที่ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และให้ความสนใจถึงกรณีคดี กลุ่มวัยรุ่น 7 คน รุมทำร้ายชายพิการจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต บริเวณซอยโชคชัย4 ประเด็นที่ทำให้ชาวโซเชียลแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก และเป็นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กับผู้ต้องหา

1463534535088_7504

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 59 ในเพจเฟซบุ๊ก “ทนายคู่ใจ” ได้ออกมาโพสต์ข้อความด้านกฎหมาย เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว หลังมีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยข้อความระบุว่า …

จากประเด็นร้อนที่ทางตำรวจจะแจ้งจับคนโพสด่าตำรวจ “พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงกรณีมีผู้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กรณีไม่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับวัยรุ่น 7 คน ที่ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายพ่อค้าขายขนมปังขาพิการจนถึงแก่ความตาย ซึ่งตนอาจจะต้องพิจารณาบุคคลที่โพสต์แสดงความคิดเห็นคดีดังกล่าว โดยบางคนโพสต์แสดงความคิดเห็นโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดหมิ่นเจ้าพนักงานหรือไม่”

เป็นเสมือนการปิดปากข่มขู่ประชาชนที่มีสิทธิจะรับรู้กระบวนการยุติธรรมของหน่วยงานรัฐที่กินเงินเดือนภาษีประชาชนว่าคดีที่สังคมสนใจนั้นจะได้รับความเป็นธรรมแค่ไหนเพียงใด อีกทั้งผู้ต้องหายังเป็นลูกของตำรวจด้วยกันเองยิ่งเป็นสิ่งที่สังคมประนามกันหนักขึ้นไปอีก คำถามที่น่าสนใจว่าสิทธิการวิพากย์การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐของประชาชนหายไปตั้งแต่เมื่อไร แม้รัฐธรรมนูญจะถูกฉีกไปก็ตามแต่นั้นไม่ได้หมายความว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในแง่การแสดงความคิดเห็นจะเป็นเรื่องต้องห้ามทั้งหมดนะเพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 4 ที่ใช้กันอยู่ก็ยังรับรองสิทธิต่างๆไม่ว่าจะเป็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครอง ประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่าง ประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครอง

ซึ่งแน่นอนแม้จะอยู่ในสภาวะสถานการณ์พิเศษแต่สิทธิทางกฎหมายเราก็ยังอยู่ครบตราบเท่าที่ไม่ได้ไปยุ่งการเมือง ซึ่งคำถามคือการวิพากย์การทำงานของตำรวจมันไปยุ่งการเมืองตรงไหน เมื่อคนเขาถามหาความยุติธรรมให้คนตายเท่านั้นเอง แน่นอนอาจจะมีคนไม่พอใจบ้างตามประสาชาวบ้าน เขาก็ต้องแสดงออกในมุมของเขาที่เขาสามารถคิด พิมพ์ เขียน พูด หรือแม้แต่การโพสลงโซเซียลเพื่อแสดงออกให้เห็นว่าเรื่องนี้ ตัวเขารับไม่ได้นะกับสิ่งที่ตำรวจทำ เขาอาจจะแสดงความคิดในมุมของนักกฎหมายหรือนักวิชาการไม่ได้แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีสิทธิพูดถึงเรื่องนี้เลย

วันนี้ผมค่อนข้างผิดหวังที่ทางตำรวจออกมาแถลงข่าวว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่โพสวิพากย์ตำรวจด้วยข้อหา “หมิ่นประมาท” ซึ่งแน่นอนผมบอกเลยว่าสุดท้ายคงพ่วง พรบ.คอมพิวเตอร์ที่มีโทษจำคุก 5 ปีมาด้วยแน่ๆ แต่ในกฎหมายหมิ่นประมาทบ้านเราในเรื่องที่เป็นการวิพากย์การทำงานสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐมีกรณีที่ศาลฎีกายกฟ้องคนวิพากย์มาแล้ว เป็นกรณีเดียวกันในลักษณะที่ทางตำรวจจ้องจะจับนี่เลยครับ ศาลให้เหตุว่าเป็นการวิพากย์ไปตามข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนมาโดยสุจริตทั้งสิ้น เห็นไหมครับการวิพากย์การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้นะครับ

อ้างอิงฎีกาที่ 3546/2558
เมื่อจำเลยทั้งสองในฐานะสื่อมวลชนมีหน้าที่เสนอข่าวสารที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองให้ประชาชนทราบโดยเสนอข้อมูลไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามที่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องสืบสวนและสอบสวนได้ความ หาใช่เป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองสร้างขึ้นมาเองไม่ แม้ข้อความบางส่วนอาจทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดด้วยอันเป็นการใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย โดยที่โจทก์ยังมิได้ถูกเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินคดี แต่การดำเนินคดีก็เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานผู้เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้ภายในกำหนดอายุความ ทั้งการนำเสนอข่าวสารเชิงวิเคราะห์ของจำเลยทั้งสอง ก็เป็นการติชมวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นไปตามข้อเท็จจริงที่ได้ความมาจากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องโดยสุจริตและติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เพจ “ทนายคู่ใจ”


Thailand only ยังไม่มีการตั้งข้อหาเพิ่มเติม ต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย

14052016_IMG_1463218702_95
ล่าสุด วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความในคดีดังกล่าว ได้ให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าว ทีนิวส์ ว่าความคืบหน้าของคดี ล่าสุดได้มีการสอบถาม ผกก.สน.โชคชัย 4 ว่าได้มีการตั้งข้อหาผู้ต้องหาฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ ปรากฏว่า ผกก. คดีนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย เพราะฉะนั้นในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ตนจะนำครอบครัวของคุณสมเกียรติ ศรีจันทร์ ผู้ตาย ไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
 เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ ทนายความ กล่าวว่า การที่พนักงานสอบสวนยังไม่ตั้งข้อหา ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้ตนมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องข้อหา ในการฟ้องคดีกัน เพราะว่าหากพนักงานสอบสวนไม่ตั้งข้อหาดังกล่าว จะทำให้อัตราโทษของผู้ต้องหาเบาลง แต่หากมีการตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองจะมีโทษประหารชีวิตสถานเดียว อย่างไรก็ดีหากตำรวจยังนิ่งเฉย ตนจะไปร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล และหากตำรวจยังไม่ตั้งข้อหาอีก ตนจะทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด ในฐานะผู้รับผิดชอบคดีในการฟ้องร้อง ซึ่งตนจะสู้ให้ถึงที่สุด

ไทยเจอภาวะร้อนจัด นักวิชาการชี้ อนาคตอาจมี “พักเที่ยง 2 ชม”

กรมอุตุนิยมวิทยาต้องบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หลังจากอุณหภูมิของ “แม่ฮ่องสอน” เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 ทำลายสถิติจังหวัดร้อนที่สุดในประเทศไทยรอบ 65 ปีที่ผ่านมา…ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญยืนยันถึงผลกระทบภาวะโลกร้อนอย่างเป็น รูปธรรม!?!

wp-1462851466949

“แม่ฮ่องสอนถูกบันทึกว่าทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในไทยที่ 44.6 องศาฯ เนื่องจากเป็นพื้นที่หุบเขามีภูเขาสูงล้อมรอบ แต่เดือนเมษายนปีนี้กรุงเทพฯ ไม่ร้อนเท่าไร เฉลี่ยเพียง 39 องศาฯเท่านั้น หลังจากนี้ไปช่วงเดือนพฤษภาคมจะเริ่มมีฝนในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอีสานและภาคกลางตอนล่างกับภาคใต้อากาศไม่ร้อนนัก ยกเว้นภาคกลางตอนบนกับภาคเหนือยังมีอากาศร้อนจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ปีนี้สังเกตได้ว่า พายุฤดูร้อนค่อนข้างรุนแรง มีลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ เพราะเมื่ออากาศร้อนจัดสะสมมานาน พายุเข้ามาเกิดการปะทะของอุณหภูมิที่แตกต่างเป็นฝนฟ้าคะนอง”

“ดูจากแผนที่แบบจำลองเห็นชัดว่า อุณหภูมิเฉลี่ยปี 2558 มีช่วงที่เป็นสีแดงอยู่บริเวณภาคกลาง ผ่านไป 20 ปี พ.ศ.2578 สีแดงเพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนล่าง และถ้าไม่มีปัจจัยอะไรเปลี่ยนแปลง อีก 40 ปี หรือ 2598 อุณหภูมิเฉลี่ยจะเป็นสีแดง คือสูงเกิด 28.7 องศาฯ เกือบทุกภาคในประเทศไทย เราคาดไว้ว่าน่าจะ 2 องศาฯ แต่ถ้าเลวร้ายสุดก็จะสูงถึง 4 องศาฯ โดยเฉพาะแถบ จ.บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี มีแนวโน้มจะร้อนมากกว่าพื้นที่อื่น หากเป็นแบบนั้นจริงสภาพแวดล้อมและมนุษย์จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง”

หลายคนสงสัยว่า อากาศเพิ่มหรือลดเพียงแค่ 2 องศาฯ ทำไมส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งแวดล้อมมากมาย?

“สังเกตง่ายๆ ว่า ปีก่อนๆ เวลาอาบน้ำตอนกลางวัน น้ำจากฝักบัวช่วงแรกจะร้อนหรืออุ่นสักพัก หากอาบน้ำช่วงเย็นจะไม่มีน้ำอุ่นออกมา ปีนี้แม้อาบน้ำช่วงเย็นหลังเลิกงานก็รู้สึกได้ในหลายจังหวัดว่า น้ำจากฝักบัวยังอุ่นหรือร้อน นั่นคือความร้อนที่สะสมในสภาพแวดล้อมมากกว่าเดิม ยิ่งร้อนมากก็ยิ่งใช้เวลาในการคลายความร้อนมากขึ้น”

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศในหลายด้าน เช่น การจัดการน้ำ การท่องเที่ยว การเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร สาธารณสุข การตั้งถิ่นฐาน ระบบนิเวศ โดยเฉพาะในด้านที่จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน 3 ด้าน ได้แก่

wp-1462851389392

“วิกฤติน้ำกินน้ำใช้” อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้น้ำที่มีอยู่ในธรรมชาติน้อยลง หลายพื้นที่จะขาดแคลนน้ำในธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน ต้องมีการจัดสรรทรัพยากรน้ำในรูปแบบใหม่ “2 ความมั่นคงทางอาหาร” พันธุ์พืชหลายชนิดไม่สามารถปลูกได้อีกต่อไป แม้แต่ข้าวบางสายพันธุ์ที่ต้องใช้น้ำมากก็จะปลูกไม่ได้ ผักที่ไม่ชอบอากาศร้อนจัดก็มีหลายชนิด แม้แต่การเลี้ยงปศุสัตว์อาจต้องเปลี่ยนลักษณะของฟาร์มหมู เล้าไก่ ฯลฯ ให้รองรับภาวะอากาศร้อน

 “ สุขภาพของมนุษย์” เมื่อร้อนจัดความชื้นในอากาศน้อยลง ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ร่างกายอ่อนแอจะรู้สึกไม่สบายได้ง่าย โรคเกี่ยวกับแดดหรืออากาศร้อนจะมีมากขึ้น ประเมินกันว่า ถ้าสถานการณ์แย่สุด ร้อนขึ้นถึง 4 องศาฯ หมายความว่าตารางชีวิตประจำวันของคนไทยอาจต้องเปลี่ยนไป เช่น ช่วงพักกลางวันต้องยาวขึ้น อากาศแต่ละวันร้อนสุดประมาณ เที่ยงถึงบ่าย 2 หมายความว่าอาจต้องเพิ่มเวลาพักเที่ยงเป็น 2 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ต้องทำงานใต้แดดแรงจัด หรือด้านธุรกิจท่องเที่ยว  จากเดิมร้านค้า พิพิธภัณฑ์ วัดวาอารามปกติเปิดให้นักท่องเที่ยงเข้าชมตั้งแต่เช้าถึง 5-6 โมงเย็น อาจต้องปรับเวลาเป็นเปิดช่วงบ่ายถึงกลางคืนแทน เพราะกลางวันนักท่องเที่ยวจะไม่ออกมาข้างนอก”

เพราะฉะนั้น คนไทยต้องลดการใช้พลังงานไม่สะอาด เช่น ลดการเชื้อเพลิงในการเดินทาง ลดการเผาไหม้ในพื้นที่ทำเกษตรกรรม และเพิ่มการปลูกป่ารวมถึงการใช้พลังงานสะอาดแทนพลังงานถ่านหิน

หากคนไทยไม่ร่วมมือกันทำวันนี้ อีก 40 ปีข้างหน้าพวกเราอาจได้เปลี่ยนเวลาทำงานจากกลางวันเป็นกลางคืน !

ที่มา komchadluek


เป็นเอามาก !? “ติ่งซงจุงกิ” ไม่สำนึก เหน็บ “แฟนบอลไทย” เปรียบเหมือน … !!

1462782860_1037

กลายเป็นสงครามที่ดูเหมือนจะสงบยากแล้วล่ะ สำหรับ “ติ่งซงจุงกิ” นักแสดงชื่อดังของเกาหลี ที่โพสต์สเตตัสเปรียบเทียบ “นักบอลไทยมีค่าแค่เล็บตีนจุงกิ”  แถมมีข้อความอีกมากมายที่เธอจนทำให้ความรู้สึกของแฟนบอลทีมชาติไทย รู้สึกไม่พอใจ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

ล่าสุด “ติ่งซงจุงกิ” รายนี้ยังไม่หยุดโพสต์หรือมีอาการสำนึกใดใดเลย เพราะยังมีการโพสต์ออกรอบใหม่ซึ่งคราวลุกลามจนถึงขั้นโพสต์ต่อว่า “แฟนบอลไทย” ที่ออกมาตำหนิเธอที่โพสต์สเตตัสก่อนหน้าออกบอกไป โดยเธอต่อว่าแฟนบอลไทยพร้อมเปรียบว่า “เหมือนชนกลุ่มน้อย หรือ กะหรี่”  ซึ่งถือเป็นการต่อว่าหรือใช้คำที่รุนแรงมาก

ze4UsK

หลังจากข้อความนี้ถูกแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็กระแสวิพากวิจารณ์ขึ้่นอีกรอบ เพราะ “แฟนบอลไทย” หลายคนออกอาการไม่ชอบอย่าง และมีบางส่วนไปโพสต์ตำหนิต่อว่าการกระทำครั้งนี้ของเธอ

JT5miX SjuVHu

งานนี้บอกได้เลยว่า “ติ่งเกาหลี” คนนี้ไปประกาศทำสงครามกัน “แฟนบอลไทย” อย่างเป้นทางการแล้วล่ะ เพราะดุจากคำพูดแล้วรุนแรงขึ้นเรื่อย แต่สุดท้ายลงอย่างไรก็ต้องตามกันต่อไป แต่บอกว่าจบไม่สวยแน่ๆ เพราะสิ่งที่เธอคนนี้ทำเป็นการไม่ให้กำลังใจและยังดูถูก “นักฟุตบอลทีมชาติไทย”  อีกด้วย !!!

ภาพจาก กระทรวงติ่งเกาหลีเเห่งประเทศไทย


เหลือเชื่อมาก!! นักวิจัยเผย “ช่วยตัวเอง” วันละ 3 ครั้ง ผอมได้ใน 1 เดือน

นับแคลอรี่ในอาหารต้องหลบไป ออกกำลังกายแบบพึ่งพาเทรนเนอร์ก็ต้องถอย เมื่อเจอวิธีลดน้ำหนักแบบ 18+ ที่ไม่เหนื่อย(เกินไป) ไม่ต้องปวดเมื่อย แถมง่ายและมีความสุข วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ แค่ช่วยตัวเอง !? ครับ

w793

ดร.Ramani Durvasula เจ้าของทฤษฎีสุดพิลึกพิลั่นนี้บอกว่า ถ้าอยากจะลดน้ำหนักแบบชิล ๆ ล่ะก็ ต้องรู้จักมีเป้าหมาย และเป้าหมายที่ว่าก็คือต้อง ช่วยตัวเองให้ได้ 100 ครั้งต่อเดือน! (เช้า กลางวัน เย็น เช้ามืด ก่อนนอน 555+)

สำหรับคนที่พร้อมจะลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้เต็มที่แล้ว แต่ยังงง ๆ ว่าน้ำหนักมันจะลดได้ยังไง ดร.Ramani ให้เหตุผลว่าหลังจากที่เราช่วยตัวเองจนถึงฝั่งฝันที่ต้องการ กล้ามเนื้อทั่วร่างของเราจะหดเกร็ง ทำให้ไขมันใต้ผิวหนังถูสลายไป

ทีนี้การหดเกร็งของกล้ามเนื้อนี่แหละที่เป็นตัวการสำคัญที่จะกระตุ้นให้ เกิดกระบวนการเผาผลาญขึ้น ตาดร. แกยังย้ำอีกแหนะว่าแล้วจะมีอะไรที่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งได้ดีเท่ากับการ ช่วยตัวเองอีกล่ะ!?

ดร. ยังท้าทดลองถึงขนาดบอกว่า ให้ช่วยตัวเองให้ได้ครั้งละ 15 นาที สามครั้งต่อวัน ที่พีคที่สุดคือถ้าทำตามนี้เป๊ะ ๆ เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มเขาบอกเลยว่าเห็นผลทันตาแน่นอน

ข้อมูลจาก : minimore.com